Company History

● ขยายธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยให้กับบริษัท 

   ประกันชั้นนำที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นเพิ่มเติม เช่น

   บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด บริษัท ศรีอยุธยา

   ประกันภัย จำกัด บริษัท ร.ส.พ. ประกันภัย จำกัด

   บริษัทไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด และ บริษัท คุ้ม

   เกล้า ประกันภัย จำกัด เป็นต้น

 

● ครอบครัวพรรณนิภาได้จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ที

   คิวเอ็ม โบรคเกอร์ จำกัด เพื่อสานต่อธุรกิจของคุณ

   กวง แซ่แต้ผู้เป็นบิดาในการประกอบธุรกิจนายหน้า

   ประกันวินาศภัยโดยมีแนวคิดใหม่ในการขายประกัน

   วินาศภัยผ่านทางโทรศัพท์ (Telemarketing) ด้วย

   ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1.0 ล้านบาท

 

2547  เปิดสำนักงานเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ

2550  เปิดศูนย์บริการต่างจังหวัดแห่งแรกและก่อตั้ง 

          บริษัท แคสแมท  จำกัดเพื่อให้บริการด้านเทค

          โนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์

2551  ก่อตั้งบริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวร์รันส์

         โบรคเกอร์ จำกัด เพื่อ  ประกอบธุรกิจนายหน้า               ประกันชีวิต

● ครอบครัวพรรณนิภา ได้จัดตั้ง บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์

    อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อย

    ละ 98.0 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว โดยมีทุนจด

    ทะเบียน 3.0 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจไปยังธุรกิจนาย

    หน้าประกันชีวิต

 

● กลุ่มบริษัทฯ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ 6 ชั้นที่เขต

   ลาดพร้าวจังหวัดกรุงเทพฯ ด้วยพื้นที่กว่า 10,000     

   ตารางเมตรเพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ และ

   ให้บริการอย่างเต็มรูปแบบด้วยพนักงานกว่า 1,000 คน

 

2554  ก่อตั้งบริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อ 

          ประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น

● กลุ่มบริษัทฯ ถือกำเนิด โดยคุณเอ็กเซี้ยง แซ่แต้         และคุณกวง แซ่แต้ ซึ่งเป็นปู่ และบิดาของคุณอัญ

   ชลิน พรรณนิภาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯได้ 

   ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันภัยโดยขายผลิตภัณฑ์

   ประกันวินาศภัยเช่น ประกันอัคคีภัยให้กับบริษัท

   มุยอาประกันภัย จำกัดหรือซึ่งเดิมเป็นบริษัทประกัน

   วินาศภัยในกลุ่มของบริษัท เอไอเอ จำกัดในปัจจุบัน

   โดยดำเนินธุรกิจภาย ใต้แนวคิด“เกียงซิง”ซึ่งมีความ

   หมายว่าความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ

2496  เริ่มดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยภายใต้ 

       แนวคิด“เกียงซิง”

2505  เป็นนายหน้าประกันภัยให้กับบริษัท

       ประกันภัยชั้นนำในประเทศไทย

● ขยายธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยให้กับบริษัท

   ประกันชั้นนำที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นเพิ่มเติม เช่น

   บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด บริษัท ศรีอยุธยา

   ประกันภัย จำกัด บริษัท ร.ส.พ. ประกันภัย จำกัด

   บริษัทไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด และ บริษัท คุ้ม

   เกล้า ประกันภัย จำกัด เป็นต้น

2540  ก่อตั้งบริษัท ทีคิวเอ็ม โบรคเกอร์ จำกัด

       เพื่อประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย

● ครอบครัวพรรณนิภาได้จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท

   ทีคิวเอ็ม โบรคเกอร์ จำกัด เพื่อสานต่อธุรกิจของ

   คุณกวง แซ่แต้ ผู้เป็นบิดาในการประกอบธุรกิจ

   นายหน้าประกันวินาศภัย โดยมีแนวคิดใหม่ในการขาย

   ประกันวินาศภัยผ่านทางโทรศัพท์ (Telemarketing)

   ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1.0 ล้านบาบ

2547  เปิดสำนักงานเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ

● ทีคิวเอ็มโบรคเกอร์ได้เปิดสำนักงานบนพื้นที่ ขนาด

   2,000.0ตารางเมตร ที่เขตลาดพร้าวจังหวัดกรุงเทพฯ

   เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกัน

   วินาศภัย

2550  เปิดศูนย์บริการต่างจังหวัดแห่งแรกและก่อตั้ง 

       บริษัท แคสแมท จำกัดเพื่อให้บริการด้านเทค

       โนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์

● ทีคิวเอ็ม โบรคเกอร์ เปิดศูนย์ประสานงานแห่งแรกที่

   อำเภอเมืองจังหวัดนครปฐม เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้

   บริการลูกค้าในเขตปริมณฑลให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

ครอบครัวพรรณนิภา ได้จัดตั้ง บริษัท แคสแมท

   จำกัด โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 95.0 ของทุนจด

   ทะเบียนและชำระแล้ว โดยมีทุนจดทะเบียน 1,000,000

   บาท เพื่อให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์

 

2551  ก่อตั้งบริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวร์รันส์

      โบรคเกอร์ จำกัด เพื่อ ประกอบธุรกิจนายหน้า            ประกันชีวิต

● ครอบครัวพรรณนิภา ได้จัดตั้ง บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์

    อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อย

    ละ 98.0 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว โดยมีทุนจด

    ทะเบียน 3.0 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจไปยังธุรกิจนาย

    หน้าประกันชีวิต

 

2554  ก่อตั้งบริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อ 

      ประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น

2552  กลุ่มบริษัทฯเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในนาม       

      “อาคารพรรณนิภา 1”

● กลุ่มบริษัทฯ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ 6 ชั้นที่เขต

   ลาดพร้าวจังหวัดกรุงเทพฯ ด้วยพื้นที่กว่า 10,000     

   ตารางเมตรเพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ และ

   ให้บริการอย่างเต็มรูปแบบด้วยพนักงานกว่า 1,000 คน

 

● ครอบครัวพรรณนิภา ได้จัดตั้งบริษัทฯโดยถือหุ้นใน   

   สัดส่วนร้อยละ 99.8 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว

   โดยมีทุนจดทะเบียน 0.5 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจถือ

   หุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company)ที่ประกอบธุรกิจ

   หลักในการให้บริการนายหน้าประกันภัย

2555   ขยายศูนย์ประสานงาน

● ขยายศูนย์ประสานงาน ทำให้มีจำนวนทั้งสิ้น 71 ศูนย์

   ประสานงาน

 

2556  ปรับเปลี่ยน และขยายศูนย์ประสานงานเป็นสาขา

● ปรับเปลี่ยนขยายสาขาและศูนย์ประสานงานทำให้มี 

   จำนวนทั้งสิ้น 19 สาขา และ 60 ศูนย์ประสานงาน

 

2557  ปรับเปลี่ยน และขยายศูนย์ประสานงานเป็นสาขา

● ปรับเปลี่ยนขยายสาขาและศูนย์ประสานงานทำให้มีจำนวนทั้งสิ้น 

   56 สาขา และ 31 ศูนย์ประสานงาน

 

2558  เปิดการให้บริการการขายประกันผ่านระบบ

      ออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ

● กลุ่มบริษัทฯ เปิดการให้บริการการขายประกันภัยผ่าน

   เว็บไซต์ของบริษัทฯ www.tqm.co.th อย่างเต็มรูป

   แบบรวมทั้งเปิดให้บริการ การสื่อสารผ่านระบบ 

   แอปพลิเคชันไลน์ (Line) หรือที่หมายเลขโทรศัพท์

   02-1508888 และเปิดสายด่วน หมายเลข 1737 เพื่อ

   ให้บริการให้คำปรึกษาลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

● ปรับเปลี่ยนขยายสาขา และศูนย์ประสานงานทำให้มี 

   จำนวนทั้งสิ้น 66สาขา และ 29 ศูนย์ประสานงาน

 

● บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 225.0ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้าง

   เงินทุนและโครงสร้างกลุ่มบริษัทฯ โดย บริษัทฯ เข้าลงทุนในหุ้นสามัญ

   ของ (1) บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด (2) บริษัท

   ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด และ (3) บริษัท

   แคสแมท จำกัด เพื่อให้บริษัทฯ ถือหุ้นในบริษัททั้ง 3 แห่งคิด

   เป็น สัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100.0 ของทุนจดทะเบียนและ ชำระแล้ว

   โดยภายหลังการปรับโครงสร้างดังกล่าว ผู้ถือ หุ้นใหญ่ของกลุ่ม

   บริษัทฯ ได้ควบคุมกลุ่มบริษัทฯ ผ่าน การลงทุนในบริษัทฯ การจัด

   โครงสร้างดังกล่าวถือ  เป็นการจัดโครงสร้างกลุ่มบริษัทฯ ภายใต้การ

   ควบคุม เดียวกัน (Under Common Control)

 

2559  การเพิ่มทุนจดทะเบียนและการปรับโครงสร้าง

      ภายในกลุ่มบริษัทฯ

2560  การเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ทีคิวแอลดี จำกัด

● บริษัทฯได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท ทีคิวแอลดี จำกัด

   ในสัดส่วนร้อยละ 40.0 โดย TQLD เป็นผู้ให้บริการให้คำ

   แนะนำเกี่ยวกับประกันภัย

● กลุ่มบริษัทฯ ได้พัฒนาการสื่อสารผ่านช่องทางสื่อสาร

   ใหม่ผ่านระบบแอปพลิเคชันให้กับบริษัทฯ (TQM

    Mobile Application) ภายใต้ชื่อ “TQM Beside”

● ปรับเปลี่ยนขยายสาขา และศูนย์ประสานงานทำให้มี

    จำนวนทั้งสิ้น 67 สาขา และ 28 ศูนย์ประสานงาน

 

2561   1. เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในนาม “อาคาร

         พรรณนิภา 2”

● กลุ่มบริษัทฯ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในนาม “อาคารพรรณนิภา 2” สูง 7 ชั้น เขตลาดพร้าว จังหวัดกรุงเทพฯ ด้วยพื้นที่กว่า 6,500 ตารางเมตร เพื่อรองรับการเติบโต ของกลุ่มบริษัทฯ

● กลุ่มบริษัทฯ มีสาขา และศูนย์บริการทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 74 สาขา และ 21 ศูนย์บริการ ตามลำดับ

กลุ่มบริษัทฯ เปิดการให้บริการให้ข้อมูลความรู้ นำเสนอบทความ และข่าวสารพร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับประกันภัย รถยนต์ ตลอดจนการเปรียบเทียบรูปแบบกระกันภัย รถยนต์ของบริษัทฯ ผ่าน  เว็บไซต์ www.mheemhee.com

● กลุ่มบริษัทฯ ได้พัฒนาช่องทางการติดต่อสื่อสาร ผ่านระบบแอปพลิเคชั่น “Chat Bot” เพื่อให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการทำประกันภัย และเพื่อเป็นช่องทางการขาย ออนไลน์เพิ่มเติม ผ่านช่องทางไลน์เป็นแห่งแรกของประเทศไทย

 

2. เข้าจดทะเบียนในตลาดหลังทรัพย์แห่งประเทศไทย

   เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561

● บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561

 บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก225ล้านบาท(สองร้อยยี่สิบห้าล้านบาท) เป็น 300ล้านบาท(สามร้อยล้านบาท) เพื่อรองรับการ

เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพทย์ฯ

 ที่ประชุมกรรมการบริษัทย่อย ครั้งที่ 9/2561 เมื่อวานที่ 14 พฤศจิกายน 2561 มีมติอนุมัติ การเพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัท ดังนี้

       1) บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์โบรคเกอร์ จำกัด

        จากเดิม 200ล้านบาท (สองร้อยล้านบาท) เป็นทุน

        จดทะเบียน จำนวน 400ล้านบาท(สี่ร้อยล้านบาท)

        เมื่อวันที่ 17ธันวาคม 2561

        2) บริษัท ทีคิวเอ็มไลฟ์ อินชัวร์รันส์โบรคเกอร์

        จำกัด จากเดิม 10ล้านบาท(สิบล้านบาท) เป็น

        50ล้านบาท(ห้าสิบล้านบาท) เมื่อวันที่ 17

        ธันวาคม 2561

  20 ธันวาคม 2561 TQM นำหุ้นเข้าทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังปิด การจองซื้อหุ้นไอพีโอ 75ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 23บาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า

“TQM”

© 2561 TQM Corporation Public Company Limited